ความเป็นมาของสโมสร
สโมสร เมืองทอง ยูไนเต็ด ถือกำเนิดก่อตั้งเมื่อปี 1989 ณ ภายใต้ชื่อ “สโมสรฟุตบอลหนองจอกพิทยานุสรณ์” โดยในช่วงนั้นมีประธานคนแรกคือนายวรวีย์ มะกูดีและลงเล่นในระดับดิวิชั่นล่างๆเรื่อยมา
ต่อมาเมื่อปี 2007 นายระวิ โหลทอง ประธานกลุ่มบริษัท สยามสปอร์ต จำกัด ซี่งเป็นบริษัทที่มีชื่อเสียงที่สุดในด้านสื่อกีฬาและสิ่งพิมพ์ในประเทศไทยได้เทคโอเวอร์สโมสรและเปลี่ยนชื่อไปเป็น สโมสรเมืองทอง ยูไนเต็ด ลงเล่นในศึกดิวิชั่น 2 และย้ายสนามเหย้ามายังศูนย์กีฬาธันเดอร์โดม ด้วยปนิธานที่แรงกล้า การบริหารแบบมืออาชีพและการมองการณ์ไกล ทำให้ทีมสามารถเลื่อนชั้นได้ปีต่อปีและขึ้นชั้นได้รวดเร็วที่สุดที่เป็นได้ด้วยการคว้าแชมป์ ดิวิชั่น 2 (2007) และ ดิวิชั่น 1 (2008) พร้อมคว้าสิทธิ์เข้าร่วมการแข่งขันฟุตบอลลีกสูงสุดของประเทศเป็นครั้งแรก
อย่างไรก็ตาม ความคาดหวังของปีแรกในไทยลีกคือการทำให้ดีที่สุดด้วยการเสริมทัพชั้นดีไม่ว่าจะเป็น ผู้เล่นทีมชาติไทย ผู้เล่นต่างชาติฝีเท้าดี รวมทั้งทีมสตาฟฟ์ เพื่อเสริมความแข็งแกร่งภายใต้หัวหน้าผู้ฝึกสอนใหม่อย่างนายอรรถพล ปุษบาคม อดีตหัวหน้าผู้ฝึกสอนของสโมสรบีอีซี เทโร ศาสน ที่เคยนำทีมเข้ารอบชิงชนะเลิศฟุตบอลเอเอฟซี แชมป์เปี้ยนส์ ลีก มาแล้วเมื่อปี 2002 และในทันทีสโมสรฯ มีศักยภาพที่ดีขึ้น ถึงแม้อาจจะตะกุกตะกักในช่วงต้นฤดูกาลแต่ในท้ายที่สุดก็สามารถทำผลงานได้อย่างสุดยอด คว้าแชมป์ไทยพรีเมียร์ลีกได้เป็นปีแรกที่ลงทำการแข่งขัน โดยทำสถิติได้คะแนนมากที่สุดในบรรดาทีมที่เคยคว้าแชมป์ลีกก่อนหน้านั้น รวมถึงสถิติยิงประตูมากที่สุดและเสียประตูน้อยที่สุดในลีกเช่นกัน นักเตะที่มีส่วนสำคัญในการนำทีมคว้าแชมป์ในปีนั้นและได้รับการยกย่องว่าเป็นนักเตะต่างชาติที่เก่งที่สุดในประวัติศาสตร์ฟุตบอลไทยคือ ซูมาโฮโร่ ยาย่า โดยทำผลงานได้อย่างโดดเด่นตลอดทั้งปี โดยเฉพาะลูกยิงมหัศจรรย์ในช่วงทดเวลาบาดเจ็บตัดสินแชมป์ ทำให้ทีมเอาชนะโอสถสภา เอ็ม 150 คว้าแชมป์ไปครองได้อย่างยิ่งใหญ่ และยังเป็นการคว้าแชมป์ลีก 3 ถ้วย 3 ฤดูกาลติดต่อกัน (2007-2009) และกลายเป็นทีมแรกในประวัติศาสตร์ที่คว้าแชมป์ได้รวดเร็วที่สุด ตั้งแต่ปีแรกในไทยลีก
นอกจากนี้ สโมสรฯ ยังมีส่วนสำคัญในการทำให้ลีกฟุตบอลไทยกลับมาได้รับความนิยมอีกครั้งอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ด้วยการสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่วงการฟุตบอลไทยนำกลยุทธทางการตลาดเข้ามาใช้อย่างเต็มรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นการทำประชาสัมพันธ์ทั้งท้องถิ่นและมวลชนเพื่อเพิ่มฐานแฟนบอล การขยายสนามครั้งใหญ่พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวก รวมทั้งกิจกรรมส่งเสริมการตลาดอีกมากมาย เป็นต้น ทำให้ทั้งสโมสรฯ และ วงการฟุตบอลไทยเติบโตอย่างรวดเร็วและเป็นลีกที่มีอนาคตที่สดใสในเอเชีย
ในปี 2010 เมืองทอง ยูไนเต็ด เริ่มต้นฤดูกาลใหม่ด้วยการปรับปรุงต่อเดิมสนามยามาฮ่า สเตเดี้ยม (ชื่อเรียกในขณะนั้น) ได้เสร็จสมบูรณ์พร้อมและได้มีการติดต่อทาบทามเรเน่ เดอซาเยียร์ โค้ชชาวเบลเยี่ยมผู้เคยคว้าตำแหน่งโค้ชยอดเยี่ยมแห่งปีของเคลีกมาแล้วเข้ามากุมบังเหียนในฐานะหัวหน้าผู้ฝึกสอนคนใหม่ของทีม การเริ่มต้นของเรเน่เป็นไปอย่างสวยหรูด้วยการคว้าแชมป์ถ้วยพระราชทานประเภท ก. มาครองเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ด้วยการชนะแชมป์เอฟเอคัพ อย่างการท่าเรือไทย เอฟซี 2 ต่อ 0 เรื่องราวแห่งความสำเร็จยังต่อเนื่องไปจนถึงการที่ทีมสามารถล้มคู่แข่งแย่งแชมป์อย่างชลบุรี เอฟซี ไปอย่างขาดลอย 4 ต่อ 1 ที่สนามยามาฮ่า สเตเดี้ยม โดยในนัดดังกล่าวได้บันทึกสถิติยอดผู้ชมสูงสุดของลีกขึ้นมาใหม่ด้วยจำนวนผู้ชมกว่า 21,500 คน ในช่วงกลางฤดูกาลสโมสรฯ ได้สูญเสียผู้เล่นหัวใจสำคัญอย่างซูมาโฮโร่ ยาย่าไปให้กับเกงค์ ทีมดังจากลีกเบลเยี่ยมด้วยค่าตัว 25 ล้านบาท ซึ่งเป็นสถิติสูงสุดของการโยกย้ายนักเตะในประเทศไทย แต่อย่างไรก็ดีสโมสรฯ ก็ยังสามารถรักษาแชมป์ได้ด้วยการคว้าแชมป์ไทยลีกครั้งที่สอง ได้สิทธิลงเล่นในรายการระดับทวีปเป็นครั้งแรกและยังสามารถไปถึงรอบตัดเชือกด้วย รวมไปถึงการเป็นรองแชมป์ของมูลนิธิไทยคมเอฟเอคัพ
ในปี 2011 เมืองทอง ยูไนเต็ด ไม่สามารถป้องกันแชมป์ลีกได้เป็นครั้งแรกในรอบ 5 ปี เป็นฤดูกาลที่ “กิเลนผยอง” เผชิญความยากลำบากอย่างแท้จริง ทั้งผลจากการกรำศึกหนัก 2 ปีติดต่อกันนับตั้งแต่ขึ้นมาต่อสู้บนเวทีสูงสุดของประเทศอย่างไทยพรีเมียร์ลีก, ปัญหาอาการบาดเจ็บของนักเตะตัวหลัก รวมทั้งทีมมีการเปลี่ยนแปลงโค้ชไล่ตั้งแต่ เรเน่ เดอร์ซาเยียร์, คาลอส โรเบอร์โต เดอ คาวัญโญ่ และเอนริเก้ คาลิสโต้ แต่ก็ไม่สามารถเรียกความสามารถที่แท้จริงของทีมออกมาได้ แต่ในอีกด้านหนึ่งพวกเขากลับประสบความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่เป็นที่รู้จักไปทั่วโลกด้วยการปิดการเจรจาที่น่าเหลือเชื่อในการเซ็นสัญญา ร็อบบี้ ฟาวเลอร์ นักเตะระดับตำนานของสโมสรชื่อดังอย่างลิเวอร์พูล และทีมชาติอังกฤษ มาเล่นในทวีปเอเชีย ทำให้มีผลกระทบในแง่ดีตามมามากมาย ไม่ว่าจะเป็นการเพิ่มจำนวนฐานแฟนบอลที่มากมาย การขายสินค้าที่ระลึกสโมสรฯ รวมทั้งทำให้ทีมได้รับความสนใจในวงกว้างของสังคมและกลายเป็นเรื่อง “ทอล์ก ออฟ เดอะ ทาวน์” ของประเทศและทั่วโลกในที่สุด ความสำเร็จครั้งใหญ่นี้น่าจดจำแม้สโมสรฯ จะไร้ถ้วยมาประดับในตู้โชว์ของสโมสรฯ เพิ่มเติม
ปี 2012 ปรากฏการณ์ครั้งใหม่ได้เกิดขึ้นกับปนิฐานที่ตั้งไว้อย่างแรงกล้าด้วยความต้องการกลับมาประสบความสำเร็จคว้าแชมป์ลีกอีกครั้ง แคมเปญ Return of the Champions ได้ถูกวางไว้ตามเจตนารมณ์พร้อม การร่วมมือกันทางธุรกิจระหว่างเมืองทอง ยูไนเต็ด และบริษัทเอสซีจี ด้วยการเซ็นสัญญาสนับสนุนทีมเป็นระยะเวลา 5 ปี มูลค่ากว่า 20 ล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งเป็นเม็ดเงินที่มากที่สุดที่มีมาในวงการฟุตบอลไทย มีการเปลี่ยนชื่อสโมสรใหม่เป็น เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด และสนามเป็นเอสซีจี สเตเดี้ยม และนี่เป็นอีกครั้งที่สโมสรฯ แสดงให้เห็นถึงการเป็นผู้นำตัวจริงในด้านกีฬาและธุรกิจในวงการฟุตบอลไทย ด้วยทุนดำเนินการที่มีอย่างไม่จำกัด โค้ชใหญ่อย่างสลาวิซ่า โยคาโนวิช ที่มีดีกรีพาทีมชื่อดังอย่างปาติซานร์ เบลเกรด คว้าแชมป์ลีกเซอร์เบีย 2 สมัยเข้ามาคุมทีมพร้อมนักเตะฝีเท้าระดับโลก มาริโอ ยูรอฟสกี้ รี ควาง ชอน และ อันนันดินโญ่ บาราคัต ได้ถูกซื้อเข้ามาร่วมทีมเช่นเดียวกับนักเตะไทยระดับคุณภาพของประเทศ และก็ส่งผลอย่างชัดเจนเมื่อสโมสรฯ กลับมาคว้าแชมป์ลีกได้อีกครั้งอย่างสุดยิ่งใหญ่เหนือการคว้าแชมป์ครั้งไหนๆ ซึ่งเป็นครั้งที่น่าจดจำที่สุดเพราะสโมสรฯ ไม่พ่ายแพ้ให้ทีมใดเลย 34 นัดติดต่อกันตลอดทั้งฤดูกาล เป็นทีมเดียวในประวัติศาสตร์ฟุตบอลไทยที่ทำสถิติ “ทีมไร้พ่าย” พร้อมคว้าสิทธิเข้าเล่นร่วมเล่นทัวร์นาเม้นต์ใหญ่สุดระดับเอเชียอย่าง เอเอฟซี แชมป์เปี้ยนส์ ลีก 2013 เป็นครั้งแรกของสโมสรฯ ซึ่งทั้งหมดเป็นการการันตีได้อย่างดีว่าพวกเขาเป็นทีมที่พร้อมจะเติบโตตลอดเวลาและยังอยู่ในทิศทางที่ถูกต้องที่จะเป็นผู้นำของวงการฟุตบอลไทย |