ชื่อสมาชิก   รหัสผ่าน   ลืมรหัสผ่าน | สมัครสมาชิก  
“บิ๊กเป้” รณฤทธิ์ ซื่อวาจา ปฏิบัติการเลกแรกเป็นไปตามเป้าหมาย

Get the Flash Player to see this player.




คงจะมีความสุขกันไม่น้อยสำหรับแฟนบอล “กิเลนผยอง” ที่ผลงานของทีมในปีนี้ยังคงร้อนแรงต่อเนื่อง จนสามารถรักษาตำแหน่งจ่าฝูงไว้ได้อย่างเหนียวแน่น และจบเลกแรกด้วยการเป็นแชมป์

แม้ว่าจะเป็นเพียงแค่ครึ่งทางของการต่อสู้ และการวัดแชมป์ที่แท้จริงจะยังเหลืออีก 17 นัดในเลกสอง แต่ก็เชื่อว่ามันทำให้ทุกคนมีความหวังที่จะรักษาผลงานเช่นนี้ต่อไป

เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด ก้าวขึ้นมาสู่เวทีสปอนเซอร์ไทยพรีเมียร์ลีก พร้อมกับแชมป์ 2 ปีติด ในปี 2009 และ 2010

ก่อนที่ปี 2011 จะถูก บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ทีมจากอีสานมาแย่งแชมป์ไป นั่นทำให้สโมสรที่ชาวกรุงเทพฯ และ นนทบุรี ภาคภูมิภาคใจไม่อาจนิ่งเฉยอยู่ได้ จึงมีการปรับทีมขนานใหญ่พร้อมกับภารกิจหลักคือการทวงบัลลังก์แชมป์คืนมา

RETURN OF THE CHAMPIONS กลายเป็นคำขวัญที่นักเตะทุกคนในทีมท่องจนขึ้นใจ  ซึ่งพวกเขาก็ไม่ได้สร้างความผิดหวังให้กับแฟนบอลแม้แต่นิดเดียว

ย้อนไปในฤดูกาลที่แล้ว เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด มีแต่ปัญหารุมเร้าประดังประเดเข้ามาจนทำให้ทีมไม่มีความนิ่ง แข่งไปแก้ไขไปคือสิ่งที่ทำได้เท่านั้น จนส่งผลให้ฟอร์มการเล่นไม่ไหลลื่น บางเกมดี บางเกมแย่ หลายเกมที่พลาดไปง่ายๆ และหลายเกมที่แพ้แบบไม่น่าแพ้

ด้วยจำนวนแต้มที่ทิ้งไปกลางทางหลายคะแนน ส่งผลให้คู่แข่งอย่าง บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด โกยคะแนนนำห่างจนยากจะตามทัน นอกจากไม่ได้แชมป์ทีมจะหล่นมาจบที่อันดับ 3 นับว่าแย่ที่สุดจากการที่ขึ้นมาเล่นในลีกสูงสุด

ปีนี้ผู้บริหารค่อนข้างที่จะทำงานด้วยความกระตือรือร้น เพราะก่อนเปิดลีกก็ได้ผู้สนับสนุนรายใหญ่อย่าง เอสซีจี  เข้ามาเป็นพันธมิตร 5 ปี 600 ล้านบาท คือยอดตัวเลขของวงเงินที่ทำให้ทีมเติบใหญ่ขึ้น

สิ่งที่จะต้องทำตามมาคือการหาโค้ชฝีมือดีเข้ามาคุม เนื่องจากก่อนหน้านี้ “กิเลนผยอง” มีปัญหากับตัวโค้ชที่ปรับเปลี่ยนบ่อยเกินไปจนทีมไม่เข้ารูปเข้ารอย

สุดท้าย เอสซีจี เมืองทองฯ เลือกที่จะใช้บริการโค้ชชาวเซอร์เบีย นามว่า สลาวิซ่า โยคาโนวิช อดีตแข้งเชลซี และทีมชาติเซอร์เบีย เข้ามาทำหน้าที่นี้ แม้ว่าวัยไม่ถึง 40 ปี แต่ว่าก็ถือเป็นโค้ชที่ประสบความสำเร็จคนหนึ่งในดินแดนบ้านเกิด

นอกจากโค้ชที่ต้องการแล้ว ที่เหลือคือการปรับขนาดทีมให้กะทัดรัดลงมา คือไม่เน้นจำนวนผู้เล่นจนมากเกินไป เพียงแต่ผู้เล่นที่มีชื่อต้องสามารถทดแทนการลงสนามได้อย่างไม่มีปัญหา จึงมีการปล่อยผู้เล่นที่ไม่ได้ใช้งานออกไปหลายคน และจัดการเสริมตัวที่ต้องการเท่านั้นเข้ามาทดแทน

“กิเลนผยอง” โชคดีที่นายประตูมียอดฝีมืออย่าง กวิน ธรรมสัจจานันท์ จึงทำให้สบายใจกับตำแหน่งนี้ไปมาก ขณะที่เกมรับคือสิ่งที่ทีมต้องแก้ไข เพราะนักเตะหลักอย่าง ณัฐพร พันธฤทธิ์ กับ ภานุพงศ์ วงศ์ษา เล่นคู่กันมานาน และเริ่มที่จะฟอร์มหลุด บวกกับปัญหาการเจ็บที่เรื้อรัง จึงจำเป็นต้องหาตัวมาทดแทนด่วน

ตำแหน่งนี้ได้มุ่งไปที่แข้งทีมชาติเกาหลีเหนือ และทีมก็ได้ รี กวาง ชอล เข้ามาเติมเต็มในส่วนนี้จนทำให้แก้ไขเกมรับไปได้

แต่ว่าเอสซีจี เมืองทองฯ ยังมีสิ่งที่จะต้องทำอีกอย่างก็คือวิงแบ็คทั้งสองฝั่ง แม้ว่าจะมีดาวรุ่งอย่าง วีระวุฒิ กาเหย็ม ทางด้านซ้ายแต่ว่าก็ยังต้องรอเวลาเสริมกระดูกให้แกร่งขึ้นมาอีก จึงจำเป็นต้องหาตัวมาช่วย ซึ่งก็ได้ ปิยะชาติ ถามะพันธ์ อดีตแข้งที่ถูกเรียกกลับคืน

ทางฝั่งขวายังได้ มงคล นามนวด แบ็คจอมลุยจากการท่าเรือไทยมาช่วย พร้อม ทศพล ลาเทศ กองหลังที่มีอนาคตไกลอีกราย

เกมรุกคือสิ่งที่ทีมใหญ่จำเป็นต้องเสริมเขี้ยวคม ในเมื่อจะล่าแชมป์ การล่าประตูจำเป็นเหลือเกินในแต่ละแมตซ์ นอกจากแข้งเดิมที่มีอยู่ เอสซีจี เมืองทองฯ ได้ปีกจรวดอย่าง เอกภูมิ โพธารุ่งโรจน์ เข้ามาเติมเต็มทางขวา ขณะที่ทางซ้ายมี จักรพันธ์ พรใส ที่ทำหน้าที่อยู่ ในแดนกลางนับว่าทีมแข็งแกร่งอยู่แล้วไม่ว่าดัสกร ทองเหลา,พิชิตพงษ์ เฉยฉิว  และ ดานโญ่ เซียก้า ที่เล่นด้วยกันมานาน จนกลายเป็น 3 ประสานที่ลงตัวที่สุดทีมหนึ่งของเมืองไทย

แข้งต่างชาติจากบทเรียนปีที่ผ่านมาที่ได้แต่ของเทียมมาเสริมจนทำให้ทีมพังพาบ ปีนี้ฝ่ายบริหารเน้นหนักในการเฟ้นเข้ามาสู่ทีม โดยได้ อัตนัน บาราคัต  มาเสริมปีกซ้าย และ มาริโอ้ ยูรอฟสกี้ มาช่วยเกมรุก มีการเรียก โคเน่ โมฮัมเหม็ด กองหน้ากลับมาอีกครั้ง  เมื่อผสานกับ ธีรศิลป์ แดงดา ดาวยิงระดับชาติ ทำให้ทีมแน่นขึ้นมาทันที

ปีนี้ เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด จึงออกตัวได้แรง และเป็นทีมที่ไม่พ่ายใครเลย ขณะที่คู่แข่งทั้ง บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด และ ชลบุรี เอฟซี ต่างก็พลาดกันเองจนทำให้แต้มของ กิเลนผยอง นำโด่ง

ด้วยผลงานที่ร้อนแรงอีกครั้งในฤดูกาลนี้ก็ต้องยอมรับว่าเบื้องหลังของการทำงานทั้งหมดต้องยกเครดิตให้กับเขาคนนี้ “บิ๊กเป้” รณฤทธิ์ ซื่อวาจา

“บิ๊กเป้” ถูกนายใหญ่เรียกให้มาดูแลจัดการบริหารทีมแต่แรกเริ่ม อดีตนักเรียนนอกจากประเทศออสเตรเลีย ผู้ชื่นชอบฟุตบอลในสายเลือด ทุกลมหายใจมีแต่ “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล ทีมที่เทิดทูนสุดลิ่มทิ่มประตู ดูจะเข้ากับแนวทางในการทำงานไม่น้อย

ด้วยหัวก้าวหน้า กล้าที่จะปฏิบัติ ทำให้ เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด  เติบโตอย่างรวดเร็ว  รณฤทธิ์ ซื่อวาจา ที่ดูแลทีมในฐานะ ผจก.ทั่วไป จนขึ้นมาเป็นผู้อำนวยสโมสรในวันนี้ ได้สร้างความฮือฮามาแล้วกับการดึง ร็อบบี้ ฟาวเลอร์ ยอดแข้งระดับโลกมาร่วมทีมได้สำเร็จ จนทำให้ลีกของไทยมีชื่อเสียงไปทั่วโลก

ด้วยผลงานของทีมในช่วงเลกแรกนี้ถือว่าเป็นไปตามเป้าหมายที่ต้องการ เรื่องนี้ “บิ๊กเป้” กล่าวว่า การเป็นผู้นำอยู่มันทำให้เราเกิดความมั่นใจขึ้น  และผลักความกดดันไปให้กับทีมคู่แข่งที่อยู่ข้างหลัง พูดง่ายๆคือเราต้องรักษาระดับเช่นนี้ต่อไป ขณะที่คู่แข่งจะพลาดไม่ได้ ถ้าพลาดก็จะถูกเราทิ้งห่าง

อะไรคือสิ่งที่ทำให้ทีมกลับมาโชว์ฟอร์มได้ดีในฤดูกาลนี้ ผอ.สโมสรเผยว่า น่าจะเกิดจากการนำเอาข้อผิดพลาดจากปีที่แล้วมาปรับใช้ เรามีบทเรียนหลายอย่าง อาทิเช่นปีที่แล้วปัญหาการบาดเจ็บของนักเตะในทีมเกิดบ่อยมาก เดี๋ยวคนนั้นเจ็บ เดี๋ยวคนนี้เจ็บ แล้วตัวที่จะเล่นทดแทนก็ไม่อาจะจะแสดงศักยภาพออกมาได้ นั่นคือปัญหาใหญ่ที่เราเจอมาทั้งปี รวมถึงตัวนอกที่เราคิดว่าจะมาช่วยเสริมทีมได้แต่ก็ไม่ได้อย่างที่คาด มันเลยทำให้ทุกอย่างรวน และยากที่จะกู้ให้ทีมแกร่งขึ้นได้

“ปีนี้เราเริ่มต้นได้ดี สภาพนักเตะสมบูรณ์ และทุกคนก็กลับมาโชว์ฝีเท้าอย่างที่เราต้องการจะให้เป็น ไม่ว่า ดัสกร ทองเหลา เขายังรักษามาตรฐานที่ดีไว้ได้ และเป็นจอมทัพที่ช่วยทีมได้มาก หรือการยิงประตูของธีรศิลป์ แดงดา ที่ระเบิดฟอร์มออกมาได้อย่างน่าประทับใจนี้คือการพิสูจน์ว่า มุ้ย คือยอดศูนย์หน้าเบอร์หนึ่งของเมืองไทยในเวลานี้”

จากผลงานของ “กิเลนผยอง” ทำให้แฟนบอลได้ประทับใจกับแข้งซูเปอร์รายใหม่ มาริโอ้ ยูรอฟสกี้ ที่หลายคนทึ่งในขีดความสามารถ และกลายเป็นแข้งนอกที่ดีที่สุดไปแล้ว

“บิ๊กเป้” กล่าวถึงดาวยิงมาซิโดเนียรายนี้ว่า ถือว่าคุ้มค่ามากที่เราได้ มาริโอ้ มาร่วมทีม เพราะก่อนหน้านั้นเราก็มีคู่แข่งหลายประเทศมาก แต่เขาเลือกที่จะมาอยู่กับเรา ซึ่งฝีเท้าของมาริโอ้แสดงให้เห็นถึงลีลาการเล่นฟุตบอลที่เรียบง่าย แต่เปี่ยมไปด้วยความดุดัน ไม่ว่าการเปิดบอล และการยิงประตูที่สุดคม เมื่อมารวมพลังกับ ธีรศิลป์ แดงดา ก็เลยทำให้เกมรุกเราน่ากลัวขึ้นมาทันที

เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด เข้าป้ายในช่วงครึ่งทางแรกไปแล้ว สิ่งที่จะต้องทำต่อไปก็คือการรักษาฟอร์มเพื่อการคว้าแชมป์ในท้ายที่สุด

เรื่องนี้ รณฤทธิ์ ซื่อวาจา รู้ดีว่าการต่อสู้ยังไม่จบ ยังต้องเหนื่อยต่อไป การปรับทีมในช่วงเลกสองจึงสำคัญมาก

“ทีมมีการเสริมเอากองหน้าทีมชาติโบลิเวียอย่าง เอดิวัลโด้ เข้ามาแล้ว พร้อมกับกองหน้าจากเกาหลีเหนือ โช คุม โซล ก็จะเข้ามาช่วยอีกแรง และเราก็ยังจะเอาแข้งระดับท็อปของโลกเข้ามาอีก รวมถึงโควตาเอเชียอีกราย เชื่อว่าน่าจะทำให้ทีมแกร่งพอที่จะลุยไปจนจบฤดูกาล”

ปฏิบัติการเลกแรกถือว่าไปเป็นตามเป้าหมายของทีมแล้ว ยังเหลืออีกเป้าหมายที่เหลือทีมจะทำได้หรือไม่ “บิ๊กเป้” กล่าวอย่างมั่นใจว่า ปีนี้เรามีความพร้อมที่ดี นักเตะมีความมุ่งมั่น ศักยภาพแต่ละขุมกำลังค่อนข้างดี นักเตะสามารถทดแทนกันได้ นี้คือจุดแข็งที่จะทำให้ เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด กลับมาคว้าแชมป์ได้ตามเป้าหมายที่ต้องการ
    

โดยคุณ


กรุณา login หรือ  สมัครสมาชิก  ก่อนแสดงความคิดเห็น
เสี่ยเป้ชูยูรอฟสกี้จิ๊กซอพาเอสซีจีฯฉลุย

เรียนท่านผู้สนับสนุนทีมเมืองทองทุกท่าน ...ครึ่งหลังของฤดูกาลกำลังจะเริ่มต้นขึ้น

เรียนท่านผู้สนับสนุนทีมเมืองทองทุกท่าน ...ครึ่งหลังของฤดูกาลกำลังจะเริ่มต้นขึ้น

เพื่อนพ้องทุกท่าน
-

-
แฟนบอลเมืองทองที่รักของผมทั้งหลาย อีกครั้ง เราคือผู้ชนะ เราคือแชมป์
-
สมาชิกรายปี
ครอบครัว
คนทั่วไป
นักเรียน นักศึกษา
: 1000 บาท
: 100 บาท
: 50 บาท
: 20 บาท
  Thailand Premier League   Football Association Thailand   Futsal Thailand    Thai Football   Asian Football (AFC)   
Siam Football   Siam Sport   Coreballthai   Cheerthai   Thaileaguedb  Thailand SuSu   http://www.coervercoaching.in.th
www.facebook.com/SCGMuangthongunited twitter.com/muangthongutd   www.youtube.com/muangthongutd  
 
  Copyright © 2008 - 2009 mtutd.tv   All Rights Reserved.       Online 108 คน